
สวัสดีครับพี่ป้าน้าอา ชาวไดอารี่ทุกท่าน
ก่อนอื่นผมต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อ ชิน ครับ หรือจะเรียกผม
ชินวัตร ชินจัง หรือชินชา สุดแล้วแต่ครับ ผม เป็นน้องชายสุดที่เลิฟคนเล็กสุดหล่อของเจ๊ลี่ครับ วันนี้เจ๊ลี่ไม่สบาย ผมเลยแวะมาเยี่ยมพี่ผมครับ โอ้ว...ไม่ต้องปรบมือต้อนรับผมครับ จุ๊ๆ ไม่ต้องๆ เดี๋ยวพี่สาวผมที่กำลังนอนซมอืดเป็นปลาโลมาที่เตียงอยู่จะขยับกาย ลุกตื่นขึ้นมาเห็นผมมายุ่งคอมแก มาแอบเขียนไดอารี่แก มีหวังอาละวาดพุงกระเพื่อมแน่ๆ อิ อิ
จริงๆแล้วผมก็แอบมาอ่านไดของพี่ผมบ่อยๆนะครับ มาแอบดูว่า จะโดนนินทามั่งป่าว หลังจากที่เจ้าเทิ่งโดนเผาเกรียม มีรอยไหม้เป็นหย่อมๆทั้งตัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะครับ วันก่อนเทิ่งมันไปเดินเล่นซีคอน อยู่ดีๆก็มีคนมาขอถ่ายรูป พร้อมขอลายเซ็น บอกว่าเป็นแฟนคลับเทิ่งมานานแล้ว อ่านเรื่องราวเทิ่งในไดมาริโกะโป๊ะเช๊ะเป็นประจำ ไอ้เทิ่งมันอายม้วนตัวขดเป็นก้อนกลมๆทันที กว่าจะแกะออกหลายชั่วโมงเลยล่ะครับ
ถ้าจะให้ผมพูดถึงพี่สาวเหรอครับ อืม..เจ๊ลี่ก็เปรียบเหมือนแม่คนที่ 2 ของผมเลยล่ะครับ เพราะเจ๊ลี่เป็นพี่สาวคนโต ผมเป็นน้องชายคนเล็ก พวกเรามีกัน4 พี่น้องครับ เจ๊ลี่เป็นลูกผู้หญิงคนเดียวครับ จึงไม่ค่อยเป็นผู้หญิงเรียบร้อย เหมือนผ้าพับไว้ ตามที่กุลสตรีควรมีเท่าไหร่ แกห้าวๆนะครับ มีนิสัยเหมือนผู้ชาย เท่าที่ผมจำความได้ลางๆ ตอนเด็กๆ เวลาพี่สาวผมจะไปเล่นกับเพื่อนข้างบ้าน ต้องหนีบผมไว้ที่เอว หิ้วไปด้วยตลอดครับ แม่ผมเค้าขายก๊วยเตี๋ยว ไม่มีเวลาดูแล หลายครั้งนะครับที่ผมได้ยินเจ๊ลี่พูดกับเพื่อนเวลาจะกลับบ้านว่า “ กลับก่อนนะ ได้เวลาเอาน้องไปเก็บแล้ว “ โห ดูสิครับ เห็นผมเป็นตัวอะไรเนี่ย จะเอาผมไปเก็บ แต่ผมไม่ถือสาหรอกครับ เพราะพี่สาวผมเพี้ยนๆแบบนี้ประจำ
ทุกวันนี้ บางทีแกก็ยังพูดผิดเสมอ เพราะแกเป็นโรคขี้ลืม สมองปลาทองสุดๆ อย่างเช่น เวลาไปเที่ยวห้าง ซื้อขนมมากิน กินเสร็จ แกยื่นถุงขยะแล้วบอกผมว่า “ เอาไปทิ้งตู้ไปรษณีย์ให้หน่อย “ แล้วแกก็เดินไปดูนู่นดูนี่ต่อ ปล่อยให้ผมงง ตู้ไปรษณีย์อะไรวะ อย่างมีวันนึง ผมจะไปข้างนอก แกตะโกนบอกว่า “ ชิน ฝากซื้อครีมนวดเสื้อให้หน่อย “ เอิ๊กกกกกกก ผมงงเต็ก หันไปถามอีกที อะไรนวดเสื้อ แกก็บอกว่า ไอ้ที่ทำให้เสื้อผ้านิ่มๆอ่ะ ผมถึงบางอ้อ น้ำยาปรับผ้านุ่มนี่เอง ตอนแรกผมนึกว่าแกแกล้งกวนตีงผม แต่พอดูหน้าแก จึงรู้ว่าแกไม่ได้แกล้งครับ ตอนนั้นแกคิดไม่ออกจริงๆครับ ปวดหัวมั๊ยล่ะ
ที่ร้ายหนัก บางทีเรานั่งคุยกันหลายคน แกคงนึกอะไรได้จะถามผมน่ะครับ เจ๊แกชี้มาที่ผม แล้ว “ ไอ้ๆๆๆ...... “ แกตะกุกตะกัก คิ้วขมวด หน้าย่น ทำท่าครุ่นคิด “ เอ่อ.. แกชื่ออะไรนะ ฉันลืมว่ะ “ แป่วววว พี่ผม ลืมกระทั่งชื่อน้องชายตัวเอง แต่ผมรู้ แกเป็นเฉพาะเวลาแกจะตั้งใจคิดอะไรมากเกินไปน่ะครับ อย่างคำว่า “ยางมะตอย “ ที่ราดถนน พี่ผมแกเคยเถียงกับเพื่อนคอเป็นเอ็นว่า “ ยางตะนอย “ ครับ หรือบางทีแกก็เรียกสลับกันระหว่าง คำ “ ไม้จิ้มไฟ” กับ “ ไม้ขีดฟัน “ แหะๆ ต๊องมั้ยครับพี่ผม
ตอนที่แกเรียนช่างศิลป์นะครับ เชื่อมั้ยว่าแกเป็นหัวโจกย์เพื่อนๆเลยล่ะ นี่ ถ้าใครเคยเห็นตอนแกเข้าปี 1 ใหม่ๆ จะต้องช็อคว่านี่ใช่เจ๊ลี่ที่เพื่อนในไดฮับรู้จักหรือป่าว เพราะตอนนั้นแกเซอร์มาก ไว้ผมซอยสั้น หัวชี้ๆตั้งๆ ยังกะทอม แกชอบขโมยกรรไกรพ่อผมมาจิ้มผมตัดเองครับ แหว่งเหมือนหนูแทะประจำ แกก็บอกว่าเท่ห์ดี เวลาแกจะไปเที่ยวกับเพื่อนช่างศิลป์ แกก็จะใส่เสื้อม่อฮ่อม กางเกงขาก๊วย รองเท้าแตะ แถมยังสะพายย่ามแบบพระอีกนะครับ พ่อแม่ผมส่ายหัวกลุ้มใจไปเลย ฮ่าๆ แล้วถ้าวันไหนแกมีเรียนวิชาปั้นนะครับ แกจะกลับบ้านพร้อมกับชุดนักเรียนที่เลอะดินเต็มไปหมดทั้งเสื้อ ทั้งกระโปรง ยังกะไปคลุกดินเล่นกับควายมาเลยครับ แม่ผมถามว่าเดินผ่านตลาดมาไม่มีคนมองมั่งเหรอ แกก็ตอบอย่างปลื้มครับว่า มีสิ มองกันทุกคนแหละ เท่ห์จะตาย เอิ๊กกก แกภูมิใจในความเป็นเด็กศิลป์ของแกน่ะแหละครับ (นี่ถ้าไม่ใช่พี่ผม ผมเลิกคบแล้วนะเนี่ย ฮ่าๆ)
เจ๊ลี่แกป็นคนของสังคมจริงๆครับ ชอบทำงานเพื่อมวลชนเสมอ ตอนพี่เค้าเรียนปี 3 มีเพื่อนคนนึงของเจ๊แก โดนอุบัติเหตูถูกลูกหลง โดนยิงจากวัยรุ่นที่กำลังตีกัน แล้วฐานะทางบ้านพี่คนนี้ยากจนน่ะครับ พี่สาวผมครับ เที่ยววิ่งเต้นเรี่ยไรเงินจากทั้งโรงเรียนเอามาเป็นค่าผ่าตัดที่ขา ให้เพื่อนนั้นจนครบ ยังไม่พอ แกยังชวนเพื่อนคนนั้นมาอยู่ที่บ้านผมเป็นเดือนๆ เพราะว่าตอนนั้นบ้านเก่าผมอยู่ที่ใกล้สถานีรถไฟมักกะสัน ( เวลาเจ๊ลี่จะไปเรียนต้องนั่งรถไฟไปลงหัวตะเข้ครับ ) แกกลัวเพื่อนซึ่งเดินยังไม่ค่อยไหว จะไปเรียนลำบากน่ะครับ เป็นไงครับ พี่ผมแกยิ่งกว่า คุณปวีณาอีกนะครับ ถ้าพี่ผมสมัครผู้ว่า กทม. อย่าลืมเลือกพี่ผมนะครับ ฮ่าๆ แต่ไม่มีใครรู้หรอกครับว่า เบื้องหลัง การที่พี่สาวผมเอาเพื่อนมาอยู่แบบนั้นเป็นเดือน โดนแม่ผมด่าแหลกเลยครับ แม่ผมแกเป็นคนขี้รำคาญนะครับ แล้วด่าพี่สาวผมเสมอว่า ชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน เจ๊ลี่แกก็อดทนน่ะครับ แกสงสารเพื่อนมากกว่า
อย่างที่รู้ ครอบครัวเราเลี้ยงแบบปากกัด ตีนถีบ พวกเราเลยโดนแม่ถีบประจำครับ แต่ผมยังเล็กไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ เจ๊ลี่ครับ โดนหนักสุด เชื่อมั้ย เวลาแกอยู่นอกบ้านนะครับ แกจะคุยเก่ง ร่าเริง เป็นตัวตลกของเพื่อนๆเสมอ แต่พอกลับบ้าน แกจะเป็นคนละคน แกมักเก็บตัวอยู่ในห้อง นั่งวาดรูป ฟังเพลงอยู่ในโลกส่วนตัวของแกนี่แหละครับ ผมเข้าใจแกนะครับ ช่วงนั้นครอบครัวเราแย่จริงๆ มีแต่เรื่องเครียดๆ
เจ้ลี่แกเลยทุ่มเทความรักให้กับเพื่อนมาก เพื่อเป็นการชดเชยในสิ่งที่แกขาด ถ้าแกทำอะไรที่ช่วยเหลือเพื่อนได้ แกทุ่มสุดชีวิตเลยครับ คงไม่มีใครเชื่อนะครับว่า พี่สาวผมคนนี้เคยช่วยชีวิตคนให้รอดตายมาแล้ว ตอนนั้นแกกับเพื่อนๆไปเที่ยวพัทยากันน่ะครับ อ๊อด พี่ชายผมอีกคน ก็ไปด้วย ตอนกำลังเล่นน้ำกัน เพื่อนผู้ชายคนนึงของแกชื่อ “ เจ๋ง “ เกิดตะคริวกินขา จมน้ำทะเลครับ อ๊อดไปเห็นพอดี ตะโกนบอกเจ้ลี่ว่า พี่เจ๋งจมน้ำ พอเจ๊ลี่ได้ยิน หันไปเห็นเท่านั้นครับ แกรีบว่ายไปช่วยทันที เจ๊ลี่ก็ว่ายน้ำไม่แข็งนะครับ โชคดีแกมีห่วงยางส่วนตัวที่เอว เอ๊ยไม่ใช่ครับ แกเล่นกับห่วงยางพอดี แกก็รีบว่ายไปช่วย กว่าจะไปถึง พี่เจ๋งก็ สลบหน้าคว่ำไปในน้ำแล้วครับ เจ๊ลี่แกก็ตกใจมากรีบจิกผมดึงหัวเพื่อนให้แหงนหน้ามา ทันใดนั้น น้ำทะเลผสมเลือดเหมือนน้ำระกำ พุ่งปรู๊ดออกมาจากจมูกพี่เจ๋งเลย สยองงงงสุดๆ

แล้วเจ๊ลี่แกก็เฮอร์คิวลิสมาก พยายามพยุงและลากเพื่อนแกคนนี้ให้เข้าฝั่งจนสำเร็จ ตอนนั้นพี่เจ๋งอืดแล้วครับ ตัวเขียวเล็บเขียวไปหมด คนมามุงดูเต็มเลยครับ ยังกะดูเขาถ่ายหนังกัน แต่เวรกรรม ไม่มีใครเข้ามาช่วยเลยสักคน ใครๆก็คิดว่าพี่เจ๋งไม่รอดแน่ๆ ตัวเขียวขนาดนั้น เจ๊ลี่แกรีบวิ่งไปเรียกรถสองแถว แล้วตะโกนให้คนช่วยกันลากพี่เจ๋งที่แสนหนักยังกะควายเดือนแปด วางบนพื้นรถ แต่ตอนนั้นเจ๊ลี่ก็สติแตกเหมือนกัน แกขึ้นไปบนรถแล้วแกก็ลง ลงแล้วก็ขึ้น ขึ้นแล้วก็ลง วนไปวนมาอยู่ 5-6 รอบยังกะหมูถูกน้ำร้อนลวก
สุดท้าย แกจึงตั้งสติได้ รีบไปนั่งบนรถ ตะโกนบอกคนขับให้ไปไปโรงพยาบาลด่วน ระว่างทาง แกก็ปั๊มหัวใจให้พี่เจ๋ง แต่ท่าปั๊มหัวใจของแก คือการเอาสองมือกดปั่กๆลงที่ท้องพี่เจ๋งแรงๆครับ คือแกลืมน่ะ แกคิดว่าหัวใจมันอยู่ที่พุง ทำอะไรไม่ถูก แกบอกว่า จะเมาท์ทูเมาท์ ก็ดันทำไม่เป็น แต่โชคดีของพี่เจ๋งแล้วล่ะครับที่ไม่ถูกพี่สาวผมขโมยจูบ (เพราะพี่เจ๋งอาจจะตายตอนนั้นเลยก็ได้ ฮ่าๆ) แล้วระหว่างนั้นแกก็ตบหน้าพี่เจ๋งผลั๊วะๆ ให้ตื่นๆๆ ตบแรงๆเป็นร้อยๆทีเลยครับ (อันนี้พี่เจ๋งมาบอกทีหลังว่า +++เจ็บนะว้อยยยย แต่+++ไม่มีแรงบอกกก ฮ่าๆ)
แล้วที่เด็ดสุด ไอ้รถสองแถวนั่นก็ขับแบบเหมือนในหนังฝรั่งเลยครับ เหยียบเกือบ 200 ฝ่าไฟแดงตลอด ตอนนั้นเจ๊แกก็คิดนะว่า สงสัยต้องตายทั้งคันก่อนถึงโรงพยาบาลแน่ ฮ่า ฮ่า แล้วก็โชคช่วยครับ รอดชีวิตกันทุกคน โดยเฉพาะพี่เจ๋ง ที่เข้าโรงพยาบาลทัน หมอบอกว่าถ้าว่ายไปช่วยพี่เจ๋งช้ากว่านี้แค่ 1 นาที พี่เจ๋งไปเดินเล่นบนสวรรค์แน่ๆครับ แล้วพี่ผมยังทำตัวเป็นแม่พระอีก จ่ายค่าหมอค่าโรงพยาบาลแทนเพื่อนอีกเป็นหมื่น เพราะแกรู้สึกผิดที่เป็นคนชวนพี่เจ๋งไปเที่ยวน่ะครับ
เป็นไงครับพี่สาวผม เจ๋งมั้ย นอกจากเจ๊ลี่จะเป็นคนของมวลชน แกยังชอบเป็นกามเทพอีกครับ แกเคยบอกว่า ชอบเห็นคนรักกัน แกเป็นแม่สื่อให้คนได้แต่งงานกันไปหลายคู่แล้วนะ ใครยังจำ พี่มหัศจุ๋ย ได้มั้ยครับ เพื่อนซี๊แกน่ะครับ แกก็จับพี่เจ๋ง(ที่จมน้ำ) คู่กับพี่จุ๋ย ตอนนี้แต่งงานกัน มีลูกไปแล้วครับ แล้วอีกหลายคู่ที่แกทำสำเร็จ ผมก็เห็นแต่จับคู่ให้คนอื่น ของตัวเองดันเอาตัวไม่รอด อิ อิ
ตอนแกเรียนจบใหม่ๆ แกได้ทำงานบริษัทนึง เงินเดือนแค่ไม่กี่พัน ตอนนั้นผมอายุ 10 ขวบ ยังเป็นเด็กไม่รู้จักคิดน่ะครับ เอาแต่ใจ ตัวเอง เห็นเพื่อนๆมีเกมอาตาริ รู้จักกันมั้ยครับ ถ้าเทียบสมัยนี้ก็เหมือน Play Station น่ะครับ ตอนนั้นบ้านเราไม่ค่อยมีเงินหรอกครับ แต่ผมอยากได้ ครั้งหนึ่งผมร้องไห้ดิ้นกระแด่วๆ จะให้พ่อซื้อให้ได้ มีการขู่ด้วยนะว่า ถ้าไม่ซื้อให้ จะกัดลิ้นตัวเองตาย (ผมเลียนแบบในหนังจีนน่ะครับ) ร้องไห้ทุกวันจะเอาให้ได้
มีวันนึง เจ๊ลี่แกกลับมาบ้าน แล้วเรียกผมมา โชว์กล่องอะไรบางอย่างให้ดู พอเปิดมา ผมดีใจมากเลยครับ เกมอาตารินั่นเอง แกเอาเงินเดือนก้อนแรกในชีวิตซื้อเกมนี้ให้ผมหมดตัวเลยครับ..ผมรีบเอาเกมไปเสียบเล่นด้วยความดีใจ ไม่ได้ยกมือไหว้ขอบคุณพี่ผมสักคำ แต่ผมจำได้ว่า ผมหันมาเห็น แกยิ้มให้ผมด้วยแววตาที่มีความสุขมากเลยครับ ผมก็มีความสุขครับ
แต่เจ๊ลี่ก็ทะเลาะกับพ่อแม่ผมบ่อยครับ โดยเฉพาะกับแม่ผม เหมือนเป็นคู่อริ ศัตรูกันมาแต่ชาติปางก่อน แต่ผมก็เข้าใจทั้งแม่และพี่สาวผมนะครับ ครอบครัวของเราไม่ได้เลี้ยงดูแบบคุณหนู ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เล็กๆ หลายอย่างๆมันหล่อหลอมให้พี่สาวผมดูเหมือนคนแข็ง แต่จริงๆแล้ว ผมรู้ พี่สาวผมอ่อนไหวมาก แกมีอารมณ์ศิลปินมากๆเลยแหละ บางทีแกก็มานั่งร้องไห้กับเรื่องเล็กๆ แกเคยบอกผมว่า ที่ทุกวันนี้ แกชอบยุ่ง ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะแกมีความสุขที่ทำให้คนอื่นมีความสุข เพื่อชดเชยตัวเองที่ชีวิตไม่ค่อยมีความสุข

สิ่งหนึ่งที่ผมจะพยายามทำให้ได้อย่างพี่สาว คือ ความมุ่งมั่นครับ ไม่รู้แกเอาแรงและไฟมาจากไหน เวลาแกตั้งใจจะทำอะไรนะครับ แกจะทำอย่างดีที่สุด ทุ่มเททั้งกายและใจ อดนอนเป็นหลายๆวันก็มี ทำจนกว่าสิ่งนั้นจะสำเร็จ จึงไม่แปลกใจเลย ถ้าผลงานของพี่ผมจะได้ออกทีวี ลงนสพ.ประจำ แต่พอบทจะไฟมอด แกก็หมดไปดื้อๆน่ะครับ เฮ้อ!ไม่มีความพอดีเลยพี่สาวผม
พี่สาวผมเป็นคนมีไอเดียเยอะครับ ของที่ขายๆกันอยู่ทุกวันนี้ เชื่อมั้ยครับว่าพี่ผมทำเป็นคนแรกอยู่หลายชิ้น อย่างที่เค้าฮิตทำของขวัญเป็นรูปลงปกเทป ลงนาฬิกา ลงเสื้อ ลงกล่องเหล็ก แกทำมาตั้งแต่ 10 กว่าปีนู่นแล้ว ไม่ต้องแปลกใจเลยที่เพื่อนๆแกจะถูกพี่ผมเอารูปมาทำเป็นเทปกันคนละม้วน 2 ม้วน อย่างหมอนข้างเด็กที่เป็นรูปขวดนม แกเป็นคนคิดเองคนแรกแหละครับ ตอนนั้นแกทำงานที่บริษัทชื่อดังที่หนึ่ง แกบอกเป็นผลงานที่ภูมิใจมาก เพราะทุกวันนี้ไอ้หมอนข้างรูปขวดนมนี้ยังทำขายตลอดปีตลอดชาติ ครั้งหนึ่งแกไปเที่ยวต่างประเทศ ยังเห็นหมอนอันนี้ส่งมาขายที่ประเทศนั้นด้วย แกก็ยิ้ม แก้มแทบปริเลยครับ
ผมมารู้ว่าเจ๊ลี่รักผมมากๆ ก็คือ ตอนผมอกหักครับ ตอนนั้น ผมคบกับแฟนผมตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลายจนถึงมหาลัย ก็หลายปีอยู่ แกก็รักแฟนเก่าผมเหมือนน้องสาวตัวเองเลย มีปีนึงแกฟลุ๊ค ได้กำไรจากงานของแก แกพาผม อ๊อด และแฟนเก่าผมไปเที่ยวออสเตรเลียด้วยตั้งครึ่งเดือน แกไม่อยากให้ผมคิดถึงแฟนมากตอนจากกันน่ะครับ แกเลยจับไปด้วย แล้วตอนที่ผมอกหัก แฟนผมไปมีแฟนใหม่ ตอนนั้นผมอึ้ง เสียใจมาก ผมเห็นครับ พี่สาวผมคนนี้แกร้องไห้ไปกับผมด้วย แกพยายามทำทุกอย่างให้ผมกับแฟนเก่าเป็นเหมือนเดิม แม้ว่าการช่วยเหลือครั้งนั้นของแกจะทำร้ายใครบางคน แต่แกก็ทำเพื่อผมครับ ผมรู้ตอนนั้นเจ๊ลี่ห่วงผมมากทุกครั้งที่ ผมเสียใจ ผมร้องไห้ พี่สาวคนนี้ของผมก็ร้องไห้ด้วย ถึงขั้นนอนไม่หลับเลย โทรมาถามผมตลอดเวลาว่าผมเป็นยังไงบ้าง ตอนนั้นผมจึงได้รู้ว่า พี่สาวคนนี้รักน้องมากเพียงใด
ทุกวันนี้..ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยเจอหน้าพี่สาวผมเท่าไหร่ แต่เราก็โทรติดต่อกันตลอด ตอนพี่สาวผมเลิกกับแฟนเก่าแกเมื่อปีที่แล้ว ผมก็ห่วงว่าแกจะอยู่คนเดียวได้มั้ย เพราะชีวิตแกไม่เคยอยู่คนเดียวเลย เจ๊ลี่เป็นโรคกลัวผี และขี้เหงามากๆๆน่ะครับ แต่เวลาผ่านไป ทำให้ผมรู้ว่า จริงๆแล้วพี่ผมเป็นคนเข้มแข็งมาก แกเลิกกับแฟน ไม่มีน้ำตาสักหยด แกเคยบอกว่า เวลาแกเสียความรู้สึกกับใคร คนนั้นๆจะตายไปจากหัวใจแกครับ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนตายไปจากชีวิตแกหลายคน
อย่างที่บอกว่า การที่แกมักทุ่มเทอะไรๆให้เพื่อน แกก็มักโดนคนไม่ดีหลอกน่ะครับ หวังเงินมั่ง มาหลอกใช้พี่ผมมั่ง ใส่ร้าย อิจฉาพี่ผมมั่ง แต่ผมก็ไม่ห่วงอะไรมากนะครับ เพราะสักพัก พี่ผมเค้าก็จะรู้นิสัยคนนั้นเอง เพราะแกเซ้นสิถีบครับ แกไวกับเรื่องพวกนี้มาก พอแกรู้สัน-ดานพวกนั้น แกตัดทิ้ง เลิกคบ เลิกคุยไปเลยตลอดชีวิต
แต่ถ้าใครนิสัยเลวสุดๆ แกจะสั่งสอนครับ ใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง แกจะแกล้งกลับครับ มีเพื่อนแกคนนึงนิสัยไม่ดี มายืมเงินพี่สาวผมและคนอื่นไปทั่ว แล้วเบี้ยว คือถ้าไม่มีเงินจริงๆ พี่ผมยกให้ไปเลยยังได้ ผมเห็นยกหนี้ให้ไปหลายคนแล้ว แต่ถ้านิสัยงก ตั้งใจโกง ไม่ยอมจ่ายทั้งๆที่มี พี่ผมแกก็แสบครับ แกแกล้งกลับโดยวิธี โทรไปสั่งพิซซ่าฮัท เคเอฟซี อาหารด่วนทุกยี่ห้อที่มี สั่งไปส่งบ้านเพื่อนแกน่ะครับ ฮ่าๆ ได้ข่าวว่า ไอ้เพื่อนคนนั้น จ่ายไปหลายพัน อ๊วกแตกเลยครับ
ทุกวันนี้ ผมไม่แปลกใจเลยที่เจ๊ลี่จะไปไหนก็มีคนรู้จัก แกไม่ได้ทำเพราะอยากดังน่ะครับ ผมรู้ แต่แกทำทุกอย่าง ด้วยหัวใจนี่เอง แกทำเวบเพื่อมวลชนฟรีๆอยู่ 3-4 เวบ หลายครั้งที่ผมเห็นแกกลุ้มใจ เสียใจกับคนบางคนที่มาทำร้ายแกด้วยความเห็นแก่ตัว อย่างเวบๆหนึ่งที่แกทุ่มเทให้ด้วยใจ ไม่ได้เงินสักบาท ทำให้คนหลายพันคนมีความสุข แต่ไม่ยุติธรรมเลย ที่แกกลับกลายเป็นหน้าม้า หนังหมา รับเคราะห์แทน เพื่อที่แกจะปกป้องเวบเพื่อส่วนรวมนี้ ขนาดจะโดนฟ้องแน่ะ เจ๊ลี่แกบอกผมว่าแกเสียใจครับ เสียใจที่แกกำลังต่อสู้เพื่อทุกคน แต่พอมีเรื่อง คนในสังคมนั้น หนีกันระนาว เพราะกลัวโดนลูกหลง แต่แกเป็นคนเดียวที่กล้าปะทะกับคนพาล เพื่อปกป้องคนเหล่านั้น
ผมก็ถามว่า ทำไมไม่ปิดเวบไปล่ะ ทำแล้วได้อะไร เงินก็ไม่ได้ ยังต้องมาเป็นแบบนี้อีก เวลาเจ๊เดือดร้อน มีใครยื่นหน้ามาช่วยมั่งป่าว แกตอบมาว่า “ มันไม่ถูกต้อง ถ้าเจ้ยอมแพ้ ก็หมายความว่า คนพาลคนนั้นก็จะไม่มีวันรู้เลยว่าสิ่งที่เค้าทำมันคือสิ่งที่ผิด แล้วถ้าเจ้ต้องเสียใจคนเดียว เพื่อแลกกับความสุขของคนอีกหลายคน เจ้ก็ยอม“ ไงล่ะ ตอบแบบนี้ ผมก็เงียบไปเลย ไม่รู้จะห้ามแกยังไงล่ะครับ ยิ่งกว่าพวกสังคมสงเคราะห์ในทีวีซะอีก ผมล่ะเชื่อ หัวใจทำด้วยอะไรเนี่ย แต่ในที่สุด ผมก็ดีใจครับ ที่สิ่งดีๆที่พี่ผมทำก็ชนะมารทั้งปวง
จริงๆผมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพี่สาวเยอะ แต่วันนี้เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ เดี๋ยวแกตื่นขึ้นมา ซวยเลย มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า ถ้าคุณเป็นเพื่อนกับพี่สาวผม อย่าปล่อยให้หลุดมือไปนะครับ เพราะแกจะเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่จริงใจที่สุดในชีวิตคุณ ที่คุณอาจหาจากที่ไหนไม่ได้เลยก็ได้ในโลกนี้
เจ๊ลี่ครับ ผมอยากบอกเจ๊ว่า ถึงแม้ว่าใครมองเจ๊เป็นคนยังไงก็ตาม แต่ในสายตาผม เจ๊เป็นพี่สาวที่ดีที่สุดในโลกเลยครับ ขอบคุณครับที่เลี้ยงดูผมมา ขอบคุณครับที่ห่วงใยผม ขอบคุณในหลายๆวันที่ร้องไห้ไปกับผม ผมขอให้พี่สาวผมคนนี้มีความสุขมากที่แท้จริงเสียที ขอให้เจอผู้ชายที่ดีๆในชีวิตเร็วๆนะครับ แต่ถ้าไม่ได้ดี อย่ามีเลยครับ เพราะผมไม่อยากให้เจ๊โดนหลอกอีก อยู่คานทองคอยเลี้ยงลูกผมในอนาคตแล้วกัน อิ อิ แล้วก็ หายป่วยเร็วๆนะครับ วันนี้ผมอุตส่าห์มาลูบหัวให้เจ๊โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย เอิ๊กกกก
สุดท้าย..ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยบอกกับเจ้คำนี้ แต่เจ๊รู้ใช่มั้ยครับว่า..
ผมรักเจ้ค๊าบบบบบบบบบบบบ!!!!!!!!
ไปล่ะคับวันนี้ ง่วงซะแล้ว อิ อิ ถ้าวันไหนเจ้ลี่เผลอ ผมจะมาเผาใหม่นะครับ สวัสดีครับทุกคน
มอบเพลงนี้ให้พี่สาวครับ