ตอน มหัศจุ๋ย (edit ใหม่)

* ตีพิมพ์ลง นสพ. นิวมหาชน Los Angeles,USA.  
ฉบับวันที่  15 กันยายน 2547


สวัสดีค่ะ พบกันอีกแล้วนะคะ  อาทิตย์หนึ่งผ่านไปเร็วจัง
จำได้ว่าไม่กี่วันเพิ่งนั่งปั่นต้นฉบับหัวฟูไปหยกๆ 
วันนี้ครบรอบต้องส่งต้นฉบับอีกแล้ว 
เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับวีรกรรมมือใหม่หัดขับของฉันเมื่อฉบับก่อน 
หลายคนถามฉันว่าฉันเขียนจากเรื่องจริงหรือเปล่า 
โฮะๆ ใช่แน่นอนค่ะ ถึงฉันกับปลาทองจะมีมันสมองขี้ลืมเหมือนกัน
(โดยเฉพาะยืมเงินใครแล้วลืมคืนทู๊กกกกที คิๆ )
แต่เรื่องราวประทับใจแบบนี้ จดจำนานค่ะ กี่ปีก็ยังจำได้

 

 
วันนี้แขกรับเชิญที่จะมาให้ฉันแกะเปลือกอารมณ์ก็คือ เพื่อนฉันเองค่ะ
เรียกเธอว่า “ มหัศจุ๋ย “ นะคะ 
เอ๊..ทำไมต้อง " มหัศจุ๋ย "
ก็เพราะเธอเป็น " จุ๋ยมหัศจรรย์ " ค่ะ :)

“ จุ๋ย “  เป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร(แน่ๆ) 
ฉันเจอมันครั้งแรกก็เพราะเดินชนกันในวันเปิดเทอมที่วิทยาลัยช่างศิลป
พระเจ้าส่งให้เธอเป็นเพื่อนผู้หญิง 1 ใน 5 คน ในห้อง ฉ.ฉิ่ง ห้องเดียวกับฉัน
รูปร่างจุ๋ย ผอม สูง ผมสั้นและ หยิกหยักศก มองไกลๆคล้ายๆ  " ไม้ขีดไฟ "
หรือ นึกไม่ออก ก็คิดถึง ตัวการ์ตูน "โอลีฟ" แทนก็ได้ค่ะ

 

   

บ้านจุ๋ยมีฐานะดี..แต่ตัวมันจน

ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เป็นเพราะแม่เข้มงวดกับมันมาก 
ยึดเงินมันหมด แล้วให้ใช้   3 วันร้อย  
วันไหนจุ๋ยถูกเฝ้าบ้าน ..เธอจะใส่เสื้อยืดขาดๆ กางเกงขาสั้น
นั่งเก็บขี้แมว กวาดใบไม้ ที่สนามหญ้า..
ครั้งนึง..มีจดหมายลงทะเบียนมาส่ง
บุรุษไปรษณีย์บอกให้จุ๋ยไปตามเจ้าของบ้านมาเซ็นรับด้วย

เพราะนึกว่ามันเป็นคนใช้!!!...

 

  


จุ๋ยมีฝีมือวาดรูปที่ดีมากคนนึง
เวลานั่งเรียน มันมักจะวาดรูปดาราที่คลั่งไคล้ตอนนั้น
อย่างตอนที่คนทั้งโลกเห่อเจ้าหญิงไดอาน่ากัน
ไอ้จุ๋ยมันก็เรียนไป วาดรูปเจ้าหญิงไปเต็มหน้าสมุดจด 
จุ๋ยวาดเหมือนมาก โดยไม่ต้องดูแบบเลย
แต่พอผ่านไปไม่ถึงเดือน หน้าเจ้าหญิงเริ่มเพี้ยน
จมูกเริ่มเล็กลง ตาก็ตี่ขึ้น ผมยิ่งเพี้ยนใหญ่ สั้นลงทีละนิด

หน้าเจ้าหญิงตอนนี้ ยังกะถูกเอเลี่ยนกลืนหน้าเข้าไป 

พวกเราดูรูปไอ้จุ๋ยวาดอย่างงงๆ
จนในที่สุดวันนึง..
พวกเราก็ร้อง อ๋อ! เพราะหน้าที่มันวาดเพี้ยนทุกวันนั้น
บัดนี้ดูออกแล้วว่า เป็นหน้า พี่ปุ๊ อัญชลี!
พวกเราสันนิษฐานว่า ตอนนี้มันคงเปลี่ยนเป็นมาบ้าพี่ปุ๊แทน 555
และก็อย่าแปลกใจเลย ถ้าสักวัน...

 หน้าตาพี่ปุ๊จะถูกเอเลี่ยนกลืนหน้าไปอีกคน!

   


พอเรียนจบ  ฉันก็ชวนจุ๋ยมาทำงานที่เดียวกัน
วันแรกที่มาทำงาน  จุ๋ยมาแบบหน้าซีดปากซีด  หัวฟูยุ่งเหยิงไปหมด
“ จุ๋ย แกทาลิปฯหน่อยมั้ย หน้าแกยังกับไก่แช่ไฮเตอร์ “
ฉันเอาลิปสติคสีส้มที่ฉันใช้ประจำไปป้ายปากหนาๆของมัน
“ ยี๊ๆๆ “ จุ๋ยเอามือมาขยี้เช็ดออกทันที 
มันคงไม่คุ้นน่ะ เพราะจุ๋ยจะแต่งตัวแนวเด็กศิลป์เพื่อชีวิตมากกว่า 
แต่พอเวลาผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์
คุณเธอเริ่มปรับตัวได้ยังกะจิ้งจกแปลงกาย
จุ๋ยมันเริ่มรักสวยรักงาม  จากแนวสาวคาราบาวเริ่มมาเป็นสาวแกรมมี่ 
เพราะว่าจุ๋ยจะมาทำงานในแนวสวย! เฉียบ! เนี๊ยบ! เก๋! 
ผมในแต่ละวันจะไดร์มาอย่างสวยงาม
แต่งหน้า ทาตา ทาลิปสีแดงแปร๊ด 
ใส่กระโปรงสั้น สวมถุงน่องสีเนื้อ

ช่างต่างกับวันแรกราวสวรรค์กับนรก!

  
 
 แต่ไอ้ต่อมความพอดีของจุ๋ย มันคงจะพัง
เพราะว่านับวันมันจะเน้นความสวยงาม ทั้งๆที่กระเป๋าแฟ่บ!
(แม่ยึดเงินเดือน แล้วให้ใช้สามวันร้อยเหมือนเดิม)

เช้าวันนึงก่อนเข้างาน
“ ลี่ๆ ไปกินข้าวกัน หิวมากเลย “  จุ๋ยมันเอ่ยชวนฉันยิกๆ 
แต่ฉันไม่ทันจะขยับตัว  จุ๋ยมันทำหน้าเหมือนเพิ่งคิดอะไรออก
“ อ่ะๆ ไม่ไปแระ “  อ้าว ไมอ่ะ ฉันถามด้วยความสงสัย ก็เมื่อกี๊บอกหิวๆ 
“  แหะๆ ไม่มีตังค์ “  อ้าว เวง แล้วเงินไปไหนหมด
" ห๊า โควต้าหมดแต่เช้าเลยเหรอเนี่ย" ฉันถามไป
” แหะๆ ไปไดร์ผม “  แป่ววววว ห่วงสวยนี่เอง  นังเวงงงง
ฉันก็ต้องกลายเป็นแม่คนที่สองมันน่ะดิ เลี้ยงข้าวมันเกือบทุกมื้อ

  

และที่สำคัญ ใครๆก็คิดว่าบ้านมันจน
เพราะ จุ๋ยจะต้องมาขอเงิน ปุก เพื่อนซี๊ที่ทำงานอีกคน
มากดหยอดซื้อกาแฟจากเครื่องขายอัตโนมัติกินตอนบ่ายทุกวัน 
ปุกสงสารจุ๋ยที่ บ้านคงจนมาก  ไม่มีตังค์ซื้อข้าวกิน
ปุกเลยเต็มใจที่จะสละเงินวันละ 5 บาทให้จุ๋ยกดกาแฟกินทุกวัน


มีวันนึง ปุก ต้องทำงานดึก จึงขอมานอนบ้านจุ๋ย
แต่พอเห็นบ้านจุ๋ยเท่านั้นแหละปุก ก็ต้องอ้าปากหวอ
เพราะบ้านจุ๋ยสวยมากกกค่ะ ยังกับหลุดมาจากหนังสือบ้านและสวน
ตั้งแต่นั้นมา นังจุ๋ยไม่เคยได้เงินจากปุกสักบาท  
(เอิ๊กๆ บอกแล้วบ้านจุ๋ยรวย แต่ตัวมันจน!)

   


ครั้งหนึ่ง ฉันชวนจุ๋ยมาดูหนังที่สยามรอบ 5 โมงเย็น
ฉันโทรหามันตั้งแต่บ่าย 3  บ้านจุ๋ยอยู่สะพานควาย
มาช้าๆ ไม่น่าเกินครึ่งชั่วโมง  ฉันก็ไปซื้อตั๋วเผื่อมันแล้วนั่งรอหน้าโรง 
4 โมงก็แล้ว มันก็ยังไม่โผล่ โทรไปที่บ้าน แม่มันบอกออกมาตั้งแต่ บ่าย 3 ครึ่ง
 อืมๆ สงสัยรถติด รอๆก่อน  รอจน อีก 10 นาทีจะห้าโมง ก็ไร้วี่แววว่ามันจะมา
เอ้า รออีกหน่อย  หนังโฆษณาอยู่ รอได้ๆ รถมันคงติด 
ฉันรอ..รอ.. นาฬิกาบอกเวลา 5.30 แล้ว 
ฉันก็รอต่ออีก จนถึง 6 โมง เห็นแน่ชัดว่าไอ้จุ๋ยคงเบี้ยวแน่นอน
ฉันหงุดหงิดโมโหมาก เลยตัดสินใจเข้าไปดูคนเดียว
นังจุ๋ย แกโดนฉันเตะแน่ มันไปไหนของมันฟ่ะ
ไหนรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมา
พอหนังเลิก ฉันเดินออกมา เห็นนังจุ๋ยยืนยิ้มเผล่อยู่หน้าโรง 
ฉันโมโหมาก ตะคอกใส่มัน
“ ไปไหนมาวะ ฉันรอแกตั้งนาน “
จุ๋ยทำท่าเขิน เอามือลูบผมตรงอันสวยงามของมัน
” แหะๆ ไปไดร์ผม “  แป่ววววววว!!!!!!!!!!!!

 

 

ถ้าเพื่อนอยากนัดเจอจุ๋ยต้องนัดมันล่วงหน้า 3 วัน
ไม่ใช่เพราะงานเยอะหรืออะไร แต่เพราะว่า มันชอบหลับ!
มันหลับได้ทุกที่ ไม่ว่าจะท่ายืนหรือท่านั่ง
จุ๋ยมันนั่งรถเมล์จากสะพานควายมาบ้านฉันที่ บางนา มันหลับครับ..
หลับเลยป้ายไปถึงปากน้ำ พอตื่นมาอีกที ตกใจ นั่งรถย้อนกลับ..
ก็หลับเลยไปถึงอนุสาวรีย์อีก..พอจะย้อนกลับมาอีก..ก็มืดพอดี รีบกลับบ้าน
วันรุ่งขึ้นมาใหม่ มันออกแต่ 10 โมงเช้า มันก็หลับอีก ..
ตื่นมา อยู่สะพานควายเหมือนเดิม
คุณเธอก็งงๆ..เอ๊..รถติดนานจัง ไม่ไปไหนซะที
แต่พอมองนาฬิกา..ทำไมเป็นบ่าย 2 อ่ะ กระเป๋ารถไม่ใช่คนเดิม..ด้วย

สรุป  คุณจุ๋ยมัน หลับ ข้ามกะ!.... 


 

คงไม่มีใครเชื่อว่า...
จูราสิสปาร์คภาค 1 ที่ใครๆว่าสนุกสนาน ตื่นเต้น
จุ๋ยมันดูไม่ถึง 3 นาที ก็หลับ ..(ถ้า สปีลเบิร์กมาเห็นต้องเลิกทำหนังแน่ๆ)
ครั้งหนึ่ง..มันหลับตอนกำลังกินข้าว ..ท่าสวยมาก..หลับท่าช้อนคาปาก..
ที่ร้ายที่สุด.. มันหลับ ขณะกำลังรีดผ้า...
ง่า..เตารีดร้อนๆวางทับต้นขา...ไหม้ หอมฉุยไปหมด

ทุกวันนี้ ขาจุ๋ยยังมีรอยแผลเป็นรอยเตารีด..อย่างสวยงาม 


 

  


ตอนนี้ จุ๋ยเป็นแม่คนแล้ว..
และมันก็ยังเป็น " มหัศจุ๋ย " คนเดิม 
เป็นแม่ที่มีความสามารถพิเศษ..ป้อนข้าวลูกและหลับได้ในเวลาเดียวกัน...
หรือชงนมไป น้ำร้อนลวกมือ เพราะสับปะหงก 
แต่...ชืวิตคุณเธอก็มีความสุข..
มีครอบครัวที่อบอุ่นมีสามีที่รักมัน..และยอมรับในสิ่งที่มันเป็น..


จุ๋ย..วันนี้..ฉันเขียนถึงแกด้วยความคิดถึง 
และมีความในใจที่อยากจะถามแกมาตลอดหลายปีนี้ว่า..

" เมื่อไหร่มรึงจะมาถึงบ้านกรูซะทีวะ !!!!"


  

  

 มาริโกะโป๊ะเช๊ะ(เมี๊ยวๆ)
16 ก.ย. 2547 เวลา 05:16 น.

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic